มะเขือเทศและความงาม

ในปัจจุบันนี้ สุขภาพกับความงามต้องมาพร้อมๆ กัน และสิ่งที่จะตอบโจทย์นี้ได้ลงตัวที่สุดก็คือ “มะเขือเทศ” พืชผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารนานาชนิดที่ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี, เอ, เค, บี1, บี2, ธาตุเหล็ก หรือ แคลเซียม เป็นต้น มะเขือเทศสามารถนำมากินทั้งผลสด จะใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร หรือจะนำไปแปรรูปเป็นซอสมะเขือเทศ ก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง และนี่เป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้มอบให้เป็นของขวัญแก่สุขภาพและความงามของทุกๆ คน

มะเขือเทศ กระชับรูขุมขน

ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ให้ใช้น้ำมะเขือเทศผสมกับน้ำมะนาวเพียงเล็กน้อย แล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับรองว่ารูขุมขนจะหดตัวกระชับขึ้นกว่าเดิมจ้า

มะเขือเทศ ช่วยชะลอวัย

เชื่ออยู่แล้วล่ะว่าสาว ๆ แทบจะทุกคนก็ต้องกลัวความแก่ กลัวหน้าเหี่ยวย่นเป็นธรรมดา ฉะนั้นมาจัดการความกังวลนี้กันเถอะ โดยเริ่มจากปลอกเปลือกมะเขือเทศออก แล้วนำเนื้อมะเขือเทศและน้ำมาผสมกันกับแป้งกรัมเพื่อให้เป็นเนื้อเหลว ๆ เมื่อได้แล้วนำส่วนผสมเหล่านั้นมามาส์กหน้า ทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ถ้าหากคุณเป็นคนผิวแห้ง ก็อาจจะหยดน้ำมันมะกอกผสมลงไปด้วยก็ได้

น้ำมะเขือเทศ เพื่อผิวสว่างใส

มีสาวๆ หลายคนหันมาดื่มน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูป เพื่อเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สว่างใส เปล่งปลั่ง ช่วยลดเลือนผิวหมองคล้ำ ซึ่งตอนนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน เดี๋ยวนี้มีน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูปหลากหลายรสชาติให้เลือกดื่มได้ไม่เบื่อ มีทั้งน้ำมะเขือเทศ 100%, น้ำมะเขือเทศสูตรลดโซเดียม, น้ำมะเขือเทศ Mocktail, น้ำมะเขือเทศ Virgin Mary เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมะเขือเทศแบบกล่องก็ยังต้องเลือกดื่มอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีการเติมโพแทสเซียมลงไป ดังนั้นควรดูตารางโภชนาการที่กล่องน้ำมะเขือเทศด้วย โดยควรเลือกชนิดที่มีโซเดียมต่ำ ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายอาจจะได้รับโซเดียมมากไป ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ได้อีก

ควรดื่มน้ำมะเขือเทศเท่าไรจึงจะพอดี

ถ้าดื่มน้ำมะเขือเทศมากเกินไป ร่างกายจะได้รับวิตามินซีสูงเกินไปจนเกิดเป็นนิ่วได้ ส่วนการได้รับวิตามินเอมากเกินไป ก็อาจสะสมในร่างกายส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร เจ็บกระดูก นอนไม่หลับ และท้องผูกได้

วิธีดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ ควรดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง หรือดื่มหลังอาหารทันที เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น (ยกเว้นผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ไม่ควรกินมะเขือเทศ)